เทคโนโลยี

ไมโครอินเวอร์เตอร์ vs String จ่ายแพงขึ้นแสนคุ้มไหม

9 สิงหาคม 2569อ่าน 7 นาทีอ้างอิงผลวัดจากระบบจริง

ถ้าคุณขอใบเสนอราคาจากสามเจ้า มีสิทธิ์สูงมากที่จะได้คำแนะนำสามแบบ เจ้าที่ขายไมโครฯ จะบอกว่าหลังคาคุณมีเงาต้องใช้ไมโครฯ เท่านั้น เจ้าที่ขาย String จะบอกว่าไมโครฯ แพงเกินความจำเป็น ทั้งคู่พูดจริงส่วนหนึ่ง แต่ไม่มีใครบอกตัวเลข

บทความนี้เอาตัวเลขมากางให้ดู ทั้งราคาส่วนต่างที่เก็บจากใบเสนอราคาจริงในไทย และผลวัดการผลิตไฟจากการทดสอบระบบจริง แล้วสรุปว่าส่วนต่างที่จ่ายเพิ่มมันซื้ออะไรให้คุณได้บ้าง

ก่อนอื่น ต่างกันตรงไหนจริง ๆ

สองแบบนี้ต่างกันที่จุดเดียว คือ ไฟจากแผงถูกแปลงจาก DC เป็น AC ตรงไหน จุดนี้จุดเดียวอธิบายได้หมดทั้งเรื่องความปลอดภัย เรื่องเงาบัง และเรื่องการต่อแบต

ผังเปรียบเทียบอินเวอร์เตอร์ 3 แบบ String ต่อแผงอนุกรมส่งไฟ DC 600 ถึง 1000 โวลต์ลงมาแปลงที่กล่องเดียว Hybrid เหมือนกันแต่มีช่องต่อแบตฝั่ง DC โดยตรง Micro แปลงเป็นไฟ AC ที่ใต้แผงแต่ละแผง ไฟ DC บนหลังคาจึงต่ำกว่า 60 โวลต์
String ต่อแผงเรียงกันเป็นสายแล้วส่งไฟ DC แรงสูงลงมาแปลงที่กล่องเดียว ส่วน Micro มีกล่องเล็กใต้แผงแต่ละแผง แปลงเป็นไฟบ้านเสร็จตั้งแต่บนหลังคา

เรื่องเงาบัง ตัวเลขที่คนอ้างกับตัวเลขที่วัดได้

ทำไมแผงเดียวโดนเงาแล้วลากทั้งสาย

แผงที่ต่อเรียงกันแบบอนุกรมต้องใช้กระแสไฟเท่ากันทั้งสาย พอแผงหนึ่งโดนเงา มันจ่ายกระแสได้น้อยลง ทั้งสายเลยถูกบีบให้เหลือเท่ากับตัวที่แย่ที่สุด เหมือนสายยางที่ถูกเหยียบตรงกลาง น้ำปลายสายก็ไหลเบาตาม

นี่คือกลไกที่คนขายไมโครฯ ชอบยกมา และมันจริง แต่เล่าไม่หมด

ส่วนที่มักไม่ถูกเล่าต่อ

แผงสมัยใหม่มี bypass diode 3 ตัวต่อแผง (6 ตัวถ้าเป็นแผงแบบ half-cut) ทำหน้าที่ลัดวงจรข้ามส่วนที่โดนเงาโดยอัตโนมัติ ผลคือแผงที่โดนบังจะหลุดออกไปแค่บางส่วน ไม่ได้ฉุดทั้งสายจนตาย และ MPPT ซึ่งเป็นสมองที่คอยหาจุดจ่ายไฟที่ดีที่สุดของ String inverter ก็พัฒนาไปเยอะมากในช่วงยี่สิบปีหลัง

แล้ววัดจริงได้เท่าไหร่

มีการทดสอบที่เอาระบบ String กับระบบไมโครฯ มาตั้งข้างกันบนหลังคาเดียวกัน แล้ววัดไฟที่ผลิตได้จริงในสภาพเงาบังแบบต่าง ๆ ผลออกมาแบบนี้

รูปแบบเงาบังผลต่าง
เงาบังจากด้านข้าง (ทำให้เสียรวม 15%)String ผลิตได้ดีกว่า 3.5% ตอนแดดจัด ส่วนไมโครฯ ดีกว่า 2% ตอนฟ้าครึ้ม
เงาบังครึ่งแผงจากด้านล่าง 4 แผงไมโครฯ ดีกว่า 6.7%
เงาบังครึ่งแผงจากด้านล่าง 5 แผงไมโครฯ ดีกว่า 8.5%

สรุปคือไมโครฯ ได้เปรียบจริงเมื่อเงาบังหลายแผงพร้อมกัน แต่ได้เปรียบราว 7 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่หลายสิบเปอร์เซ็นต์อย่างที่ได้ยินกันบ่อย ๆ และในบางรูปแบบเงา String กลับทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ

ตัวเลข "เงาบังทำให้เสีย 30 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์" ที่ลอยอยู่เต็มอินเทอร์เน็ต ส่วนใหญ่มาจากเอกสารการตลาดของผู้ผลิตที่ขาย optimizer หรือไมโครอินเวอร์เตอร์เอง

ไม่ได้แปลว่าเอกสารพวกนั้นโกหก เงื่อนไขทดสอบที่เขาใช้อาจให้ผลแบบนั้นจริง แต่มันคือกรณีที่เลวร้ายที่สุดที่ถูกหยิบมาเป็นตัวแทนของทุกกรณี ซึ่งไม่ใช่

ส่วนต่างราคาจริงในไทยเท่าไหร่

เอาราคาจากแพ็กเกจที่ผู้ติดตั้งในไทยประกาศจริงมาหารเป็นบาทต่อ kW จะเห็นภาพชัดขึ้น

แพ็กเกจชนิดบาทต่อ kW
On-grid 9.38 kWp = 195,000 บาทString~20,800
ATMOCE 10.4 kWp = 248,000 บาทMicro~23,800
Hoymiles 8.04 kW = 241,000 บาทMicro~30,000

ไมโครฯ แพงกว่า String ราว 15 ถึง 44 เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่ยี่ห้อ ช่วงมันกว้างมาก แปลว่าถ้าคุณจะเลือกไมโครฯ การเทียบยี่ห้อกันเองสำคัญพอ ๆ กับการเลือกว่าจะเอาไมโครฯ หรือ String

ถ้าเหตุผลเดียวคือ "หลังคามีเงา" ตัวเลขมักไม่คุ้ม

จ่ายเพิ่ม 15 ถึง 44 เปอร์เซ็นต์ เพื่อได้ไฟเพิ่ม 7 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ ในทางบัญชีล้วน ๆ มันไม่คุ้ม แต่เดี๋ยวก่อน ส่วนต่างนี้ยังซื้ออย่างอื่นให้คุณอีกสามอย่าง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับเงาเลย

สามอย่างที่ส่วนต่างซื้อให้คุณจริง

1. ไม่มีไฟ DC แรงสูงอยู่บนหลังคาบ้าน

ระบบ String มีไฟ DC 600 ถึง 1000 โวลต์วิ่งอยู่บนหลังคาตลอดเวลาที่มีแดด ส่วนไมโครฯ แปลงเสร็จตั้งแต่ใต้แผง ไฟ DC ที่เหลืออยู่บนหลังคาจึงต่ำกว่า 60 โวลต์

เรื่องนี้สำคัญตอนเกิดเหตุ ไฟ DC แรงสูงดับยากกว่าไฟ AC และเป็นสาเหตุของอาร์คไฟที่นำไปสู่เพลิงไหม้ได้ ถ้าคุณเป็นคนที่นอนไม่หลับเพราะคิดเรื่องนี้ นี่คือสิ่งที่คุณกำลังซื้อ

2. เสียตัวเดียวไม่ดับทั้งบ้าน

String inverter เสียหนึ่งตัว ระบบทั้งบ้านหยุดผลิตทันทีจนกว่าจะเปลี่ยน ส่วนไมโครฯ เสียหนึ่งตัว หายไปแค่แผงนั้นแผงเดียว ที่เหลือยังทำงานปกติ

3. ประกัน 15 ถึง 25 ปี แทนที่จะเป็น 5 ถึง 10 ปี

อันนี้แหละที่คิดเป็นเงินได้ตรงที่สุด แผงมีอายุใช้งานราว 25 ปี แต่ String inverter ประกันแค่ 5 ถึง 10 ปี แปลว่าระหว่างทางคุณมีโอกาสต้องเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

ประมาณค่าเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์กลางทาง

อินเวอร์เตอร์มักคิดเป็นราว 15 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ของราคาระบบทั้งชุด ระบบ 10 kW ราคาราว 200,000 บาท จึงตกราว 30,000 ถึง 50,000 บาท ถ้าต้องเปลี่ยนในปีที่ 8 ถึง 12 ตัวเลขนี้เป็นการประมาณจากสัดส่วนราคา ไม่ใช่ราคาเสนอจริง ให้ขอราคาอะไหล่จากบริษัทตอนคุยเลยว่าถ้าอินเวอร์เตอร์พังหลังหมดประกัน เปลี่ยนเท่าไหร่ เป็นคำถามที่คนถามน้อยมากแต่มีผลกับต้นทุนตลอดอายุระบบ

แล้วสรุปควรเลือกอะไร

ถ้าคุณเป็นแบบนี้เลือก
หลังคาโล่ง ทิศเดียว งบจำกัด ไม่คิดจะต่อแบตString ไม่ต้องคิดมาก มันพอสำหรับบ้านส่วนใหญ่จริง ๆ
หลังคาหลายทิศ หรือมีเงาบังหลายแผงพร้อมกันทุกวันMicro แต่ขอผลจำลองการผลิตทั้งสองแบบมาเทียบก่อน
กังวลเรื่องไฟ DC แรงสูงบนหลังคาMicro นี่คือเหตุผลที่หนักแน่นที่สุด
ไม่อยากยุ่งกับการเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์กลางทางMicro ประกันยาวกว่าเท่าตัว
วางแผนจะต่อแบตแน่นอนHybrid ไม่ใช่ทั้งสองอัน อ่านเหตุผลใน บทความเรื่องต่อแบตกับไมโครฯ

คำถามที่ควรถามตอนคุยกับบริษัท

  1. หลังคาผมมีเงาบังจริงไหม ช่วงเวลาไหน กี่แผง ขอผลจำลองการผลิตทั้งแบบ String และแบบ Micro มาเทียบกัน
  2. ถ้าอินเวอร์เตอร์พังหลังหมดประกัน ค่าเปลี่ยนประมาณเท่าไหร่
  3. ประกันอินเวอร์เตอร์กี่ปี และใครเป็นผู้รับประกันในประเทศไทย ไม่ใช่แค่โรงงานที่ต่างประเทศ
  4. ถ้าเลือกไมโครฯ ยี่ห้อที่เสนอมาราคาต่อ kW เท่าไหร่ เทียบกับยี่ห้ออื่นแล้วต่างกันเพราะอะไร
รู้แล้วว่าจะเอาเทคโนโลยีไหน ต่อไปคือขนาด

ลองคำนวณดูว่าบ้านคุณควรติดกี่ kW คืนทุนกี่ปี และได้ลดหย่อนภาษีเท่าไหร่ ใช้แค่บิลค่าไฟใบเดียว ไม่ต้องกรอกเบอร์

ไปที่เครื่องคำนวณ

แหล่งข้อมูล

ตัวเลขในบทความนี้เป็นค่าประมาณเพื่อการศึกษา ผลจริงขึ้นกับทิศและองศาหลังคา รูปแบบเงา คุณภาพอุปกรณ์ และฝีมือติดตั้ง ควรยืนยันกับผู้ติดตั้งก่อนตัดสินใจ